เสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
07/10/2020Highlight
- พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2561 ระบุว่าการกระทำใด ๆ ที่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์คำสั่ง คำวินิจฉัย หรือการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญจะต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตหรือบทบัญญัติ มาตรา 38 วรรคสามของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยการวิจารณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยคดีนั้น จะต้องกระทำโดยสุจริตและมิได้ใช้ถ้อยคำหรือมีความหมายหยาบคาย เสียดสี หรืออาฆาตมาดร้าย
ในเวลาต่อมาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2561 ระบุว่าการกระทำใด ๆ ที่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์คำสั่ง คำวินิจฉัย หรือการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญจะต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตหรือบทบัญญัติ มาตรา 38 วรรคสามของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยการวิจารณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยคดีนั้น จะต้องกระทำโดยสุจริตและมิได้ใช้ถ้อยคำหรือมีความหมายหยาบคาย เสียดสี หรือ อาฆาตมาดร้าย
โดยในการเข้าฟังการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญ หากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นสำหรับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจในการออกคำสั่งให้บุคคลใดกระทำการ หรืองดเว้นกระทำการ เพื่อให้การพิจารณาคดีเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย และรวดเร็ว ตลอดจนมีอำนาจในการออกข้อกำหนดหรือคำสั่งเพื่อให้กระบวนการพิจารณาของศาลเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ซึ่งผู้ฝ่าฝืนข้อกำหนดของศาลหรือคำสั่งศาล ให้ถือเป็นการละเมิดศาล ซึ่งศาลมีอำนาจตักเตือน โดยจะมีตำหนิเป็นลายลักษณ์อักษรด้วยหรือไม่ก็ได้ ไล่ออกจากบริเวณศาล ลงโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ซึ่งการบังคับใช้บทบัญญัติละเมิดอำนาจศาลดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมแก่คู่กรณีและให้กระบวนการพิจารณาคดีดำเนินต่อไปได้ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยทั้งในบริเวณศาลและนอกศาล ทั้งนี้ศาลจะใช้ตามความจำเป็นเพื่อให้อำนวยความยุติธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม
กล่าวโดยสรุปคือ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมา กฎหมายไม่ได้จำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลโดยห้ามการวิจารณ์โดยเด็ดขาด ประชาชนสามารถที่จะวิพากษ์วิจารณ์การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ หากแต่การวิจารณ์นั้น ต้องอยู่บนพื้นฐานของความสุจริต ไม่ว่าเป็นการแสดงความเห็นทั่วไปและความเห็นทางวิชาการ โดยจะต้องไม่มีความหยาบคาย เสียดสี หรืออาฆาตมาดร้าย เพราะการด่าทอ การเสียดสี การแสดงความอาฆาตมาดร้าย ถือเป็นการแสดงความคิดเห็นที่สามารถเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาลตามที่กฎหมายกำหนดไว้






Login with facebook
Login with google